การจัดการเหตุเพลิงไหม้สำหรับเจ้าของอาคาร

คู่มือจัดการเหตุเพลิงไหม้อาคาร: ขั้นตอนการกั้นพื้นที่ แจ้งหน่วยงานรัฐ กฎหมายควบคุมอาคาร และการเคลมประกัน

เขียนโดย: ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและความปลอดภัยอาคาร

1. ลำดับการแจ้งเหตุฉุกเฉินและการกั้นพื้นที่ (ขณะเกิดเหตุ)

การกั้นพื้นที่อันตรายรอบอาคารไฟไหม้ตาม พรบ ป้องกันและระงับอัคคีภัย

[รูปภาพที่ 1: การกั้นเขตอันตรายและควบคุมพื้นที่รอบอาคารตามกฎหมายป้องกันอัคคีภัย]

  • แจ้งเตือนภัย: กดสัญญาณเตือนภัย (Manual Station) ในอาคารทันทีเพื่อให้ทุกคนอพยพ
  • โทรแจ้งสถานีดับเพลิง: โทร 199 (ดับเพลิงและกู้ภัย), 191 (เหตุด่วนเหตุร้าย) หรือ 1669 (เจ็บป่วยฉุกเฉิน)
  • การกั้นพื้นที่อันตราย (Barricade Zone): ตาม พ.ร.บ. ป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2542 (มาตรา 24 และ 27) เจ้าพนักงานมีอำนาจสั่งกั้นบริเวณเป็นเขตปลอดภัย ห้ามผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเจ้าของทรัพย์สินเข้าไปในพื้นที่เด็ดขาด ฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย

2. การประสานงานหน่วยงานรัฐเพื่อขอใบรับรอง (แยกตามพื้นที่)

หลังเพลิงสงบ เจ้าของอาคารต้องติดต่อหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่นเพื่อขอ "หนังสือรับรองผลการระงับอัคคีภัย" ตาม พ.ร.บ. ป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2542 มาตรา 30 เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการเคลมประกัน โดยแบ่งตามพื้นที่ดังนี้:

กรณีพื้นที่ กรุงเทพมหานคร (กทม.)

  • สถานีตำรวจท้องที่ (สน.): แจ้งความลงบันทึกประจำวันเพื่อประสานกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจหาสาเหตุ
  • สำนักงานเขต: ติดต่อที่ ฝ่ายโยธา ของสำนักงานเขตในพื้นที่นั้นๆ เพื่อออกเอกสารรับรองเหตุเพลิงไหม้

กรณีพื้นที่ ต่างจังหวัด

  • สถานีตำรวจท้องที่ (สภ.): แจ้งความลงบันทึกประจำวันเกี่ยวกับเหตุอัคคีภัย
  • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น:
    • หากอยู่ในเขตเมือง ติดต่อ สำนักงานเทศบาล (ฝ่ายโยธา / งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย)
    • หากอยู่นอกเขตเมือง ติดต่อ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในพื้นที่

3. กฎหมายควบคุมอาคารที่ต้องปฏิบัติตามหลังไฟไหม้

คำสั่งห้ามใช้อาคารตามมาตรา 46 พรบ ควบคุมอาคาร และ พรบ ป้องกันอัคคีภัย

[รูปภาพที่ 2: ป้ายประกาศคำสั่งห้ามใช้อาคารชั่วคราวจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น]

เจ้าของอาคารต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 อย่างเคร่งครัด:

  • คำสั่งห้ามใช้อาคาร (มาตรา 46): เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะออกคำสั่งห้ามใช้อาคารที่ถูกไฟไหม้ทันทีจนกว่าจะได้รับการตรวจสอบโครงสร้างว่าปลอดภัย ห้ามบุคคลใดฝ่าฝืนเข้าไปใช้งาน
  • การขออนุญาตดัดแปลงซ่อมแซม: การซ่อมแซมโครงสร้างที่เสียหายจากไฟไหม้ต้องได้รับใบอนุญาตดัดแปลงอาคาร และต้องได้รับการคำนวณ ตรวจสอบ และรับรองโดยวิศวกรโยธาควบคุมที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

4. ขั้นตอนการเรียกประกันภัยและการเตรียมเอกสาร

  • แจ้งบริษัทประกันภัย: ติดต่อทันทีเพื่อให้เจ้าหน้าที่สำรวจภัย (Surveyor) เข้าตรวจสอบซากความเสียหาย ห้ามเคลื่อนย้ายทรัพย์สินก่อนได้รับอนุญาต
  • บันทึกภาพถ่ายหลักฐาน: ถ่ายรูปภาพและวิดีโอทรัพย์สิน โครงสร้างที่เสียหายไว้ทั้งหมดอย่างละเอียด
  • เอกสารที่ต้องใช้เคลมประกัน:
    • ใบรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีของตำรวจ (ใบแจ้งความ)
    • หนังสือรับรองผลการระงับอัคคีภัย (ออกตาม พ.ร.บ. ป้องกันและระงับอัคคีภัย)
    • เล่มกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย และบัญชีรายการทรัพย์สินที่เสียหาย

5. การเข้าตรวจสอบอาคารโดยวิศวกรโครงสร้างและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

วิศวกรโครงสร้างออกเอกสารรับรองความปลอดภัยอาคารเพื่อเพิกถอนคำสั่งห้ามใช้และเคลมประกัน

[รูปภาพที่ 3: วิศวกรโครงสร้างเข้าประเมินความปลอดภัยและออกใบรับรองอาคารเพื่อใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายและประกันภัย]

การตรวจประเมินทางวิศวกรรมเป็นข้อบังคับทางกฎหมายในการเปลี่ยนสถานะอาคารหลังเกิดภัยพิบัติและใช้เป็นหลักฐานชี้ขาด:

  • ข้อบังคับตามกฎหมายวิศวกรรมควบคุม: การตรวจสอบโครงสร้างหลังอัคคีภัยต้องดำเนินการโดยวิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กว.) ตาม กฎกระทรวงกำหนดประเภทอาคารที่ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบ เพื่อประเมินความเสียหายทางโครงสร้างหลักด้วยเครื่องมือเฉพาะทาง
  • หลักฐานสำคัญในการยื่น "เพิกถอนคำสั่งห้ามใช้อาคาร": เจ้าของอาคารต้องส่ง "รายงานผลการตรวจสอบและเอกสารรับรองความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร" ที่ลงนามโดยวิศวกรวิชาชีพ ให้แก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นเพื่อขอเพิกถอนคำสั่งห้ามใช้อาคารตาม มาตรา 46 พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร
  • เอกสารชี้ขาดในการ "ยื่นเคลมประกันภัย": บริษัทประกันภัยจำเป็นต้องใช้รายงานสรุปผลการทดสอบโครงสร้างจากวิศวกร เพื่อจำแนกส่วนที่สามารถซ่อมแซมเสริมกำลัง หรือส่วนที่ต้องทุบทำลายทิ้ง เพื่อนำไปคิดมูลค่าสินไหมทดแทนที่ถูกต้องตามจริง
Visitors: 388,035