วิธีเปรียบเทียบราคาผู้รับเหมาโดยใช้ BOQ
การเปรียบเทียบราคาผู้รับเหมาโดยใช้ BOQ (Bill of Quantities) หรือ ใบแสดงรายการวัสดุและค่าใช้จ่าย
เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการคัดเลือกผู้รับเหมา เพราะช่วยให้คุณเห็นรายละเอียดต้นทุนที่แท้จริงและเปรียบเทียบข้อมูลในมาตรฐานเดียวกัน
คำแนะนำในการใช้ BOQ เพื่อเปรียบเทียบราคาผู้รับเหมาอย่างมืออาชีพ:
1. ใช้ BOQ กลางเป็นบรรทัดฐาน (Median BOQ)
ก่อนที่จะให้ผู้รับเหมาเสนอราคา คุณควรมี BOQ กลาง ที่จัดทำโดยสถาปนิกหรือผู้ออกแบบ เพื่อใช้เป็นราคากลางในการเปรียบเทียบว่าผู้รับเหมาแต่ละรายเสนอราคาวัสดุหรือค่าแรงสูงหรือต่ำกว่ามาตรฐานมากน้อยเพียงใด
2. ตรวจสอบความละเอียดของรายการ (Completeness)
- หมวดหมู่งาน: ตรวจสอบว่าผู้รับเหมาใส่รายการงานครอบคลุมครบถ้วนตามแบบก่อสร้างหรือไม่ เช่น งานโครงสร้างฐานราก (Foundation), เสา (Column), คาน (Beam) และแผ่นพื้น (Slab)
- ระวังรายการ "เหมา": หากพบรายการที่ระบุเป็น "เหมา" (Lump Sum) โดยไม่มีรายละเอียดวัสดุและค่าแรงแยกย่อยชัดเจน ให้ระวังเป็นพิเศษเพราะอาจนำไปสู่ปัญหางบบานปลายภายหลังได้
3. เปรียบเทียบ "สเปกวัสดุ" (Material Specifications)
- ตรวจสอบว่าผู้รับเจ้าระบุ ยี่ห้อ รุ่น และเกรดของวัสดุ ชัดเจนหรือไม่
- หากผู้รับเหมา A ราคาถูกกว่าผู้รับเหมา B ให้ดูว่าเขาใช้วัสดุเกรดเดียวกันหรือไม่ เพราะการเปลี่ยนเกรดวัสดุโดยไม่แจ้งอาจส่งผลต่อคุณภาพงานในระยะยาว
4. แยกแยะระหว่าง "ค่าวัสดุ" และ "ค่าแรง"
ใน BOQ จะต้องแยก ราคาวัสดุต่อหน่วย และ ค่าแรง ออกจากกัน:
- ค่าวัสดุ: บางครั้งผู้รับเหมาอาจบวกกำไรวัสดุเพิ่ม คุณสามารถเช็กราคากลางตามท้องตลาดเพื่อเปรียบเทียบได้
- ค่าแรง: ตรวจสอบว่าค่าแรงในการติดตั้งวัสดุแต่ละประเภทมีความสมเหตุสมผลหรือไม่
5. ตรวจสอบปริมาณวัสดุ (Quantity)
เปรียบเทียบ จำนวนหรือปริมาณวัสดุ ที่แต่ละเจ้าคำนวณมา หากเจ้าใดเจ้าหนึ่งระบุปริมาณวัสดุเกินความจริง (เช่น จำนวนคอนกรีต หรือน้ำหนักเหล็กเส้น) จะทำให้ราคารวมสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น
6. ประโยชน์อื่นๆ ในการเปรียบเทียบจาก BOQ
- ใช้ขอสินเชื่อ: BOQ ที่ละเอียดและถูกต้องเป็นเอกสารสำคัญที่ธนาคารใช้พิจารณาอนุมัติสินเชื่อเพื่อสร้างบ้าน
- ควบคุมงาน: ใช้เป็นคู่มือในการตรวจสอบหน้างานว่าผู้รับเหมาใช้วัสดุตรงตามที่ระบุไว้ในสัญญาจริงหรือไม่
ข้อควรระวัง: ปัญหางบบานปลายมักเกิดจาก BOQ ที่ไม่ละเอียด ดังนั้นก่อนเซ็นสัญญาควรตรวจสอบรายการทั้งหมดให้รอบคอบ และอาจเผื่องบประมาณสำรองไว้อีกประมาณ 5-10% เพื่อรองรับกรณีมีการเปลี่ยนแปลงหน้างาน
บุคคลที่ควรจ้างหรือมอบหมายให้จัดทำ BOQกลาง คือ สถาปนิกหรือผู้ออกแบบ (Architect or Designer)
เหตุผลที่ควรให้ผู้ออกแบบเป็นคนจัดทำ BOQ กลาง มีดังนี้:
- ความเข้าใจในรายละเอียดโครงการ: ผู้ออกแบบเป็นผู้ที่เข้าใจรายละเอียดของงานทั้งหมดอย่างชัดเจน ตั้งแต่หมวดหมู่ของงาน ปริมาณวัสดุที่ต้องใช้จริง ไปจนถึงข้อกำหนดมาตรฐานต่างๆ (Specification),
- ความเป็นกลางในการกำหนดราคา: เนื่องด้วยผู้ออกแบบไม่ได้เป็นผู้รับจ้างก่อสร้างโดยตรง จึงสามารถระบุราคากลางของวัสดุและค่าแรงได้ตามความเป็นจริงของตลาดโดยไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งต่างจาก BOQ ที่ออกโดยผู้รับเหมาซึ่งอาจมีการบวกกำไรหรือปรับราคาตามความต้องการของตนเอง
- ใช้เป็นมาตรฐานในการคัดเลือก: เมื่อมี BOQ กลางจากผู้ออกแบบ เจ้าของบ้านสามารถนำไปให้ผู้รับเหมาหลายๆ รายเสนอราคาแข่งกันในรายการเดียวกันได้ ทำให้เปรียบเทียบความแตกต่างของราคาและคุณภาพวัสดุได้อย่างยุติธรรม
- ความน่าเชื่อถือสำหรับการเงิน: BOQ ที่จัดทำโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบก่อสร้าง จะมีความน่าเชื่อถือในการนำไปยื่นขอสินเชื่อกับธนาคาร เพราะแสดงถึงการวางแผนงบประมาณที่ถูกต้องและเป็นระบบ
รายการวัสดุที่ระบุเป็น Lump Sum มีความเสี่ยงอย่างไร?
การระบุรายการวัสดุเป็น Lump Sum (LS) หรือ "ยอดเหมา" ในใบ BOQ แทนการแยกรายละเอียดปริมาณและราคาต่อหน่วย มีความเสี่ยงสำคัญต่อเจ้าของบ้านหลายประการ ดังนี้
- ความเสี่ยงเรื่องงบบานปลาย (Budget Escalation): การระบุเป็นยอดเหมาโดยไม่แยกรายละเอียดวัสดุและค่าแรงให้ชัดเจน มักเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้งบประมาณบานปลาย เนื่องจากเจ้าของบ้านจะไม่ทราบต้นทุนที่แท้จริงของงานส่วนนั้น และอาจมีรายการแฝงที่ไม่ได้คาดคิดตามมาภายหลัง
- ความยากในการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานวัสดุ: หากระบุเป็นยอดเหมา มักจะขาดการระบุยี่ห้อ รุ่น หรือเกรดของวัสดุที่ชัดเจน ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้รับเหมาปรับเปลี่ยนวัสดุเป็นเกรดที่ต่ำลงเพื่อลดต้นทุนโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ส่งผลต่อคุณภาพและอายุการใช้งานของบ้านในระยะยาว
- ขาดความโปร่งใสในการเปรียบเทียบราคา: เมื่อไม่มีรายละเอียดปริมาณวัสดุ (Quantity) และราคาต่อหน่วย (Unit Price) เจ้าของบ้านจะเปรียบเทียบราคาของรายการนั้นๆ ระหว่างผู้รับเหมาแต่ละเจ้าได้ยากมาก ทำให้ไม่รู้ว่าราคาที่เสนอมานั้นสมเหตุสมผลหรือไม่
- ความยากลำบากในการตรวจรับงานและขอสินเชื่อ: BOQ ที่ไม่ละเอียดจะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือเมื่อต้องยื่นขอสินเชื่อกับธนาคาร และในระหว่างการก่อสร้าง เจ้าของบ้านจะใช้ตรวจสอบความถูกต้องของเนื้องานและวัสดุที่ใช้จริงได้ยากกว่ารายการที่ระบุไว้อย่างละเอียด
ข้อแนะนำ: เพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว ก่อนการเซ็นสัญญาคุณควรขอให้ผู้รับเหมาแยกรายละเอียดรายการที่เป็น Lump Sum ออกมาเป็นรายการย่อยที่ระบุ ชนิด ปริมาณ และราคามวลรวม ให้ชัดเจนที่สุด เพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการควบคุมงานและงบประมาณ
หากต้องการที่ปรึกษาเรื่องการก่อสร้าง หรือการช่วยจัดการรายละเอียดงาน การเบิกงวดงาน และคุณภาพงานก่อสร้าง สามารถปรึกษา บริษัท เอ็น.เอส. พลัส เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด
