ซ่อมโครงสร้าง

ซ่อมโครงสร้าง
ซ่อมโครงสร้าง
ซ่อมโครงสร้าง

ซ่อมแซมโครงสร้างอาคาร

   โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กถึงแม้ว่าจะมีความคงทนแข็งแรง ทนต่อสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการใช้งาน มีโอกาสที่จะเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งานได้เช่นเดียวกับวัสดุอื่นๆ  ดังนั้นจึงต้องมีการบำรุงรักษา  และการซ่อมแซม เพื่อยืดอายุการใช้งานให้ใช้งานได้อย่างเต็มสมรรถนะ และเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน ก่อนการบำรุงรักษา หรือซ่อมแซมโครงสร้าง ควรที่จะทำการตรวจสอบ และประเมินความเสียหายของโครงสร้างให้แน่ชัด จะได้แก้ไขที่ตรงจุดการวิบัติของโครงสร้าง เพื่อประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม และเพื่อการซ่อมแซมโครงสร้างให้ได้สมรรถนะการใช้งานของโครงสร้างที่เท่าเดิมก่อนเกิดการวิบัติ หรือเพิ่มสมรรถนะงานใช้งานของโครงสร้างให้ได้ตามกำหนด

 
การชำรุดสึกหรอ หรือการวิบัติ ของโครงสร้างอาจจะแบ่งตามสาเหตุของการวิบัติได้ 3 กรณี ได้แก่
1.การวิบัติเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงการใช้งาน  ตัวอย่างเช่น อาคารเดิมสร้างมาเพื่อเป็นทาวเฮาน์พักอาศัย เมื่อเปิดใช้งานแล้วมีการเปลี่ยนการใช้งานเป็นอาคารพาณิชย์ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงการใช้งานดังกล่าวเป็นการเพิ่มน้ำหนักบรรทุกให้กับโครงสร้าง อาจสาเหตุทำให้โครงงานเกิดการชำรุดสึกหรอ หรือวิบัติได้ ดังนั้นการแก้ไขซ่อมแซมจึงควรเพิ่มกำลังรับน้ำหนักบรรทุกของโครงสร้าง หรืออย่างน้อยหลังการซ่อมแซมโครงสร้างต้องมีกำลังรับน้ำหนักบรรทุกไม่น้อยกว่าโครงสร้างเดิมก่อนการวิบัติ
ภาพตัวอย่างโครงสร้างที่เสียหายจากการเปลี่ยนแปลงการใช้อาคาร

 

2. การวิบัติเนื่องจากเพลิงไหม้  โครงสร้างที่ถูกเพลิงไหม้เวลานานๆมักจะเสียกำลังในการรับน้ำหนักไป ถึงแม้ว่าคอนกรีตจะมีสภาพเป็นฉนวนและทนต่อความร้อนได้เป็นอย่างดี แต่เมื่อคอนกรีตได้รับความร้อนมากๆอย่างต่อเนื่องก็จะทำให้คอนกรีตไม่เกาะตัวกัน กะเทาะร่อนและแตกออก ทำให้เหล็กเสริมภายในรับความร้อนโดยตรง เมื่อเหล็กเสริมได้รับความร้อนที่สูงถึง 425 องศาเซลเซียส กำลังของเหล็กเสริมจะลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้โครงสร้างเกิดการวิบัติ ดังนั้นการซ่อมแซมโครงสร้างที่ชำรุดสึกหรอเนื่องจากเพลิงไหม้ให้จึงเป็นการเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างให้ใช้งานได้เหมือนเดิม ปลอดภัยต่อการใช้งาน หรือเสริมความแข็งแรงให้มากการเดิมก็ได้ 

ภาพอาคารเกิดเพลิงไหม้ จนได้รับความเสียหาย ภาพแสดงเนื้อคอนกรีตเป็นสีชมพู เนื่องจากไฟไหม้

 

3.การวิบัติเนื่องจากเกิดสนิมในเหล็กเสริมในส่วนของโครงสร้างสนิม เกิดจากการทำปฏิกิริยากันระหว่าง ออกซิเจนและธาตุเหล็ก เกิดเป็นรอยของการเกิดการผุกร่อน เป็น Corrosion ประเภทหนึ่งซึ่งมักเกิดกับโลหะจำพวกเหล็ก ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่พบเห็นได้ง่ายๆ กับสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ที่มีเหล็กเป็นองค์ประกอบ แต่เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นอย่างช้าๆ อาจจะกินเวลายาวนาน เกิดขึ้นเมื่อมีเหล็กสัมผัสกับน้ำและความชื้น โดยจะค่อย ๆ สึกกร่อน กลายเป็นเหล็กออกไซด์ หรือที่เรารู้จักกันว่า สนิมเหล็ก (Fe2O3.H2O )สังเกตได้จากสีและลักษณะอื่นๆ ที่แตกต่างจากเหล็ก (Fe) ดังปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นปัญหาที่เกิดจากการเป็นสนิมของเหล็กเสริมในโครงสร้าง คือ ขนาดหน้าตัดเหล็กเสริมที่แท้จริง บริเวณที่เหล็กเกิดสนิมจะมีขนาดเล็กลงเนื่องจากเหล็กบางส่วนกลายเป็นสารละลาย อิสระ (Fe2+) และอิเลคตรอนเมื่อหน้าตัดของเหล็กน้อยลง จึงทำให้ความสามารถรับแรงได้ลดลง และยังส่งผลให้คอนกรีตเสริมเหล็กเกิดการแตกร้าวตามแนวเหล็กเสริมเนื่องจากการเกิดสนิมจะทำให้เกิดแรงดันต่อคอนกรีตบริเวณรอบๆ เหล็ก เสริมเนื่องจากสนิมเหล็ก จะมีปริมาตรมากกว่าเหล็กเดิม ฉะนั้นย่อมทำให้กำลังรับรงของโครงสร้างลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งFATIGUE STRENGTH และความสามารถในการแอ่นตัวและความยืดหยุ่น (STIFFNESS)ของโครงสร้างก็ลดลงด้วย 

  

ภาพแสดงโครงสร้างเสื่อมสภาพจากเหล็กเสริมที่เป็นสนิม และการแก้ไข

 

การซ่อมแซมโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก กรณีเหล็กเสริมเป็นสนิม หรือเสื่อมสภาพ

 สำหรับวิธีการซ่อมแซมแก้ไขในกรณีดังกล่าวสามารถทำได้ดังนี้

1. ทำการสกัดคอนกรีตบริเวณที่เหล็กเป็นสนิมออกให้หมด กรณีที่เป็นสนิมมาก ควรทำการติดตั้งค้ำยันโครงสร้าง เพื่อถ่ายน้ำหนักโครงสร้างไปยังโครงสร้างส่วนอื่นๆ
2.ทำการขัดสนิมในเหล็กเสริมออกให้หมด หากเหล็กเสริมมีขนาดหน้าตัดน้อยกว่า 20% จะทำการเสริมเหล็กเข้าไป โดยวิธีการทาบหรือเชื่อม
3.ทำความสะอาดเหล็กเสริม คอนกรีตให้เรียบร้อย พร้อมทาน้ำยาเคลือบป้องกันสนิม Epoxy Rasin Primer และน้ำยาประสานคอนกรีต
4.ตรวจสอบความเรียบร้อย และทำการติดตั้งไม้แบบสำหรับการเทคอนกรีต
5.ผสมน้ำยาประสานคอนกรีตเข้ากับซีเมนต์สำหรับคอนกรีตโครงสร้างผสมด้วยคอนกรีตกำลังสูงที่ไม่หดตัว (Non-Shrink Concrete) หินเกล็ด และน้ำให้เข้ากัน แล้วทำการเทใส่ลงไปในไม้แบบที่จัดเตรียมไว้
6.รอให้คอนกรีตที่เทแข็งตัว จึงทำการถอดแบบ และแต่งผิวให้เรียบร้อย



ขอใบเสนอราคา

Visitors: 73,187